ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก


+  ร้อยความฝันพันจินตนาการ
|-+  :: บทกลอน-บทกวี-เรื่องสั้น ::
| |-+  เรื่องสั้น
| | |-+  ผิดผี....
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ผิดผี....  (อ่าน 1696 ครั้ง)
Rass
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


สวัสดีจ้า


« เมื่อ: 25 มิถุนายน 2012 : 20:40:53 »

ผิด....ผี ?

ราสส์ กิโลหก

อ้ายหมึก...ยืนแอบอยู่ในเงามืด รอบๆตัวปกคลุมไปด้วยต้นไม้  ตะวันลาฟ้าลับจากไป บรรยากาศรอบๆตัวมืดสนิท  มองไปทางไหนเหมือนสีดำไหลเข้าดวงตา  มันขยับตัวด้วยความเมื่อยขบ  เนื่องจากเข้ามาซุ่มอยู่ในจุดนี้ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา   ก่อนออกจากบ้านก็เที่ยวประกาศบอกกับใครๆว่าจะไปหาเพื่อนที่ต่างจังหวัด..ความจริงแล้วคนอย่างอ้ายหมึกจะไปไหนมาไหนก็ไม่มีคนสนใจตัวมันอยู่แล้ว  เพราะตามปกติมันก็หายหัวจากบ้านอยู่บ่อยๆ แต่ครั้งนี้ดูแปลกๆเพราะเจตนาให้ผู้คนรับรู้ว่าตัวมันจะไม่อยู่

สำหรับพ่อ-แม่ของอ้ายหมึกถึงกับยกมือท่วมหัว เพราะอยู่บ้านก็ขี้เกียจตัวเป็นขน การงานไม่เคยช่วยจับช่วยทำ แต่เรื่องกินเรื่องนอนเป็นที่หนึ่งไม่แพ้ใคร   ทั้งพ่อและแม่ได้แต่ส่ายหัวด้วยความระอา ดุด่าก็แล้วสั่งสอนก็แล้ว เหมือนรดน้ำลงบนหัวตอ จนเมื่อยปากหยุดบ่นหยุดด่าไปเอง

นิสัยของอ้ายหมึก สันดานอันธพาลเกเรเหมือนพวกวัยรุ่นทั่วๆไป ชอบทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านเป็นประจำ  จะหัวหงอกหัวดำ มันก็ทะเลาะกับเขาไม่เลือก  หากผู้นั้นมาเกะกะขวางตามัน ชาวบ้านที่รู้จักนิสัยจะพยายามหลีกหนีไม่อยากข้องแวะด้วย  คิดว่าไม่อยากทะเลาะกับหมาบ้า

แต่  มีหนึ่งเดียวในหมู่บ้านนี้ที่ไม่คิดกลัวอ้ายหมึก ถึงอ้ายหมึกจะมีกล้ามใหญ่ หรือแข้งหนัก สำหรับ นางแห้งแล้ว แกมองเป็นแค่อ้ายหมึกเด็กในหมู่บ้านเท่านั้น นางแห้งอายุเกือบ 50 ปีรูปร่างสมกับที่พ่อ-แม่ตั้งให้  แต่ถึงจะมีรูปร่างที่แห้งเหี่ยวเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง สวรรค์ก็ไม่ลำเอียงจัดการเอาลำโพงขนาด 100 วัตต์ยัดใส่ปากมาให้ด้วย ตามภาษานักเลงเค้าเรียกว่ามีปากเป็นอาวุธ ใครๆก็กลัวปากแก ไม่ใช่กลัวโดนกัด แต่กลัวพลังเสียงที่ด่าได้ต่อเนื่องยาวนาน จนคนฟังต้องหันหลังโกยแนบมานับไม่ถ้วน..

และแล้ววงจรอุบาทว์ก็มาบรรจบกันจนได้..เมื่อหมึกกับแห้งมาเจอกัน ...

นางแห้งเป็นคนรักหมา แกชอบหอบข้าวหรือเศษอาหารจากวัดหรือที่เหลือทิ้งจากงานบุญต่างๆ  เอามาให้หมากิน แต่อ้ายหมึกเกลียดหมาเข้ากระดูก บางคนบอกว่าเพราะมีคนชอบเปรียบเทียบให้มันเป็นเหมือนหมา  มันเลยพาลเกลียดหมา..

นางแห้งนั้นหมาตัวไหนที่แกเคยเอาอาหารให้มันกิน มันก็แสนรู้จำได้แม่นยำ..และมีความรู้สึกว่านางแห้งเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง  ในทางกลับกันนางแห้งก็จำลูกน้องของแกได้ มีความรู้สึกผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน ซึ่งความรู้สึกรักกันของคนและหมานั้นบางครั้งมีมากกว่าคนกับคนด้วยซ้ำไป..

วันหนึ่ง นางแห้งหอบข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงลูกน้องตามปกติ สังเกตเห็นลูกน้องของแกเดินขาเป๋ๆหลายตัว โดยเฉพาะพวกที่อาศัยอยู่ใกล้ๆบ้านอ้ายหมึก จะว่ามันกัดกันเองก็ไม่น่าใช่เพราะไม่มีบาดแผลให้เห็น เก็บความข้องใจไว้  พลางคิดว่าต้องหาสาเหตุให้ได้

วันต่อๆมาจึงพยายามสืบหา  คนที่น่าสงสัยก็คืออ้ายหมึก แกจะมาแอบซุ่มด้อมๆมองๆอยู่ข้างบ้านอ้ายหมึก  ซุ่มอยู่หลายวัน  ไม่นานความจริงก็ปรากฏให้แกเห็น  เพราะการทำความชั่วจะอยู่ใกล้ๆกับคนชั่ว

ลูกน้องของแก 2-3 ตัวนั่งเกาขี้เรื้อนอยู่บนถนนคอนกรีตที่เพิ่งสร้างใหม่ ความกว้างนั้นเหมาะสมกับหมู่บ้านจริงๆเพราะกว้างแค่ 3-4 เมตร  พวกหมาในหมู่บ้านชอบมานอนกันที่ถนนใหม่ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร คงเห็นเป็นของแปลก เวลาที่มีคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมา พวกหมาข้างถนนจะร้องเห่าหอนกันจนดังลั่น ตามประสาหมาๆ   คนทั่วๆไปเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เป็นหมาถ้าไม่เห่าไม่หอนก็คงไม่ใช่หมา ..

แต่ สำหรับอ้ายหมึกไม่คิดแบบนั้น   คนกำลังนอนหลับสบายต้องตกใจและรำคาญหูจนนอนไม่หลับ การนอนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมัน และต้องหัวฟัดหัวเหวี่ยงทุกครั้งที่พวกหมาจรจัดข้างถนนระดมเห่าหอนผู้คน

หมาขี้เรื้อน กำลังโก่งคอเห่าอย่างมีอารมณ์ ไม่ทันได้ระวังตัว  วัตถุก้อนกลมแข็งเป็นหินขนาดเท่าลูกองุ่นพุ่งลิ่วมาตามอากาศแม่นเหมือนจับวางมันกระทบกับบริเวณขาข้างหนึ่งของเจ้าขี้เรื้อน   เป็นผลให้มันสะดุ้งตกใจพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นเข้าหาตัวกะทันหัน ถึงกับกระโดดจนตัวลอย ร้องแหกปากไปสามบ้านแปดบ้าน โขยกเขยกวิ่งสามขาหายมุดเข้าป่าละเมาะข้างทาง  แต่เสียงครางด้วยความเจ็บปวดยังดังแว่วๆให้ได้ยิน

เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตานางแห้ง   แกไม่รอช้ารีบรุดออกมาไปยังที่ต้นเหตุ สายตาสอดส่ายหาที่มา จนมองเห็นอ้ายหมึกยืนอยู่ตรงชานบ้านกำลังยืนยิ้มอย่างสะใจ  ในมือถือหลักฐานชิ้นสำคัญคือหนังสะติ๊ก และลูกหิน อ้ายหมึกไม่ได้สนใจกับสิ่งรอบข้าง  ยังไม่สะใจ  มันกำลังเอาลูกหินยัดใส่ที่เบ้าของยางพร้อมยึดยางออกมาจากง่ามไม้ เตรียมปล่อยลูกหินไปยังเจ้าหมาเคราะห์ร้ายอีกตัวที่ ยืนงงๆกับเสียงร้องของเพื่อน  อยู่บนถนนหน้าบ้าน

นางแห้งสาวเท้ารีบเดินไปที่หน้าบ้านอ้ายหมึก แหกปากตะโกนลั่นด้วยอารมณ์โกรธ

“เฮ้ย ! อ้ายหมึก อ้ายพ่อ-แม่ ไม่สั่งสอน มึงทำอะไรวะ !  หมาพวกนี้ไปขี้รดหัวมึงหรือไง ? อ้ายเวร !” นางแห้งใส่ไม่ยั้ง เพราะความโมโห  ตามองไปที่อ้ายหมึกเขม็ง !

อ้ายหมึกก็ไม่เบา มันไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว ยังนึกอยู่ว่ารูปร่างแห้งๆแบบนี้  เตะที่เดียวขาดสองท่อน
ทำลอยหน้าลอยตาย้อนถาม..

“ทำไมหรือ ? ป้า หมาพวกนี้มันเป็นลูกป้าหรือไง ? ถ้ารักมันมากทำไมไม่เอาไปเลี้ยงที่บ้าน ล่ะ ! ปล่อยให้มันวิ่งกันเป็นฝูง เห่าหอนรบกวนชาวบ้าน คนจะหลับจะนอนต้องเดือดร้อน”

“แล้วยังไง วะ ! ถนนนี่โคตร พ่อ โคตร แม่ มึงสร้างมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?” ยายแห้งเครื่องเริ่มติด เสียงแกดังจนกลบเสียงอื่นๆจนหมด

อ้ายหมึกกำลังจะอ้าปาก..แต่ไม่ทันได้พูด..

“คนอย่างมึงเลวยิ่งกว่าหมา หมามันยังรู้จักสำนึกเข้าแดงแกงร้อนที่รดหัวอยู่ทุกวัน แต่มึงไม่เคยเห็นทำประโยชน์อะไรวันๆเอาแต่กินแล้วก็นอน โธ่อ้ายชิงหมาเกิด”

“ อ้ายๆๆๆ..................................................................................................”

เสียงของนางแห้งยังคงรักษาระดับอย่างต่อเนื่อง….

เล่นเอาอ้ายหมึกโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะชาวบ้านออกมามุงดูกันหลายคน ได้แต่สุมความแค้นไว้จนคับอก  ในชีวิตไม่เคยมีใครมาจิกหัวด่าแบบนี้ มันมองนางแห้งด้วยสายตาที่แข็งกร้าว..ในใจนึกอยากจะเข้าไปขย้ำนางแห้งให้แหลกลานคามือ..

                     *************************************

อ้ายหมึก สลัดความคิดออกจากหัว มันกัดฟันแน่นด้วยความแค้น นึกถึงนางแห้งที่ไร อารมณ์จะพุ่ง ขึ้นจนแน่นอก 

“อีแห้ง อีปากหมา วันนี้มึงตายแน่”  ดวงตาของมันแวววาวในความมืด

จุดที่แอบซุ่ม  อยู่ห่างจากวัดในหมู่บ้านไม่มาก เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างวัดและหมู่บ้าน คือคนจากหมู่บ้านจะไปวัด ต้องผ่านจุดนี้ และถ้ากลับจากวัดจะไปหมู่บ้านก็ต้องผ่านจุดนี้เช่นเดียวกัน และหากจะเดินทางออกจากหมู่บ้านไปที่ถนนใหญ่ จะต้องเดินผ่านวัดออกไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร..

นางแห้งนั้น ทุกๆวันตอนเย็นๆ แกจะอยู่ที่วัดช่วยพระทำความสะอาดต่างๆกวาดพื้นลานวัด ล้างจานชามบ้าง เพื่อเป็นค่าแรงแลกกับเศษอาหารที่เหลือจากวัด มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่โอกาส  ถ้าเป็นวันพระเศษอาหารก็มากหน่อย เศษอาหารที่ได้จากวัดแกไม่ได้เอาไปกินเองแต่จะเอาไปเลี้ยงลูกน้องสี่ขาของแก   

..จนเกือบค่ำก็จะขี่รถจักรยานกลับมาบ้าน ..

อ้ายหมึกรู้เรื่องนี้ดี มันจึงวางแผนมาดักอยู่ที่ข้างทาง  วันนี้บนถนนไม่มีคนเดินทางไปมาเหมือนทุกวัน มืดค่ำแล้วความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่   มันเงียบจนอ้ายหมึกรู้สึกเสียวสันหลัง แต่พอนึกถึงหน้านึกถึงเสียงนางแห้งอารมณ์ก็กลับฮึกเหิม....ขึ้นมา..

เสียงดังมาตามถนนดังพอได้ยินแว่วๆ  คนชั่วหูผึ่งหัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น พยายามเพ่งสายตามองว่าเป็นใคร  แต่ผิดหวังเล็กน้อยเพราะเป็นเพียงเงาตะคุ่มของคน  คงไม่ใช่นางแห้งถ้าเป็นนางแห้งแกต้องขี่รถจักรยาน  จนสิ่งนั้นเข้ามาใกล้จุดที่มันซุ่มอยู่หลังต้นไม้  มันยิ้มออกมาได้เนื่องจากแสงสว่างจากดวงดาวที่มีอยู่น้อยนิดสาดส่องมายังคนที่มันรอคอย  ใช่นางแห้งจริงๆ นึกแปลกใจว่าทำไม่วันนี้ไม่ขี่รถจักรยาน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ  มันหยิบไม้หน้าสามขนาดเหมาะมือมาถือไว้ลักษณะเตรียมพร้อม    ดาวโจรทอแสง ท้องฟ้าระยิบระยับไปด้วยดวงดาว ..วิญญาณร้ายเข้าสิงสู่อ้ายหมึก..

มันขยับตัวเข้ามาจนใกล้ขอบทาง  ทำใจเย็นปล่อยให้เหยื่อเดินผ่านหน้าไปเล็กน้อย พอได้จังหวะก้าวเดินเงียบๆออกไปบนถนน  เดินตามไปช้าๆ ..จนใกล้ถึงตัว

“อีแห้ง !” มันร้องเรียกเบาๆ  คนถูกเรียกหันกลับมาตามเสียง..

แต่ช้าไปกว่าไม้หน้าสาม ฟาดเปรี้ยงเข้าไปที่หัว เสียงดังเหมือนทุบมะพร้าว คนถูกตีไม่ทันได้ร้อง อ้ายหมึกฟาดอีกทีที่คอต่อ คอหักพับไปตามไม้ที่ตี ร่างเล็กล้มลงโดยไม่มีเสียงร้องซักแอะ !

                                    ***************************************

แม้เส้นทางจะมืดและรกไปด้วยต้นไม้นานาชนิด  อ้ายหมึกก็ไม่หวั่นเกรง มันจำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้หากเดินไปบนถนน กลัวมีคนพบเห็น มันเดินลัดเลาะไปตามแนวป่าข้างถนน จนไปถึงข้างวัด ถึงช่วงนี้ต้องเดินขึ้นถนนผ่านหน้าวัดเพื่อออกไปสู่ถนนใหญ่ ซึ่งห่างออกไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร  มันต้องรีบหนีไปให้ไกลที่สุด.

ขณะเดินเลาะกำแพงวัดจนจะหมดเขตกำแพง   มองเข้าไปในวัดมองเห็นคนจับกลุ่มพูดคุยกัน จนจับใจความได้ว่า

 “ นางแห้ง ตายแล้ว ”

อ้ายหมึกสะดุ้งสุดตัว นึกในใจว่าคงมีคนพบศพนางแห้ง   แต่ก็แปลกใจที่ทำไมถึงรู้กันเร็ว ไม่มีเวลามาคิดอะไรต้องรีบใส่ตีนหมาโกยอ้าวไปยังถนนใหญ่..

                                  *****************************************

อ้ายหมึก ไม่ใช่นักฆ่าอาชีพ มันกระวนกระวาย นอนไม่หลับ กลัวไปสารพัด คอยติดตามข่าวจากทางหนังสือพิมพ์ แต่ก็เงียบ   ไม่มีข่าว การฆาตกรรมนางแห้งมาให้เห็น ..เวลาล่วงเลยไปหลายวัน..

อดรนทนไม่ได้ จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน แต่ยังไม่กล้าเข้าบ้าน ไปเตร็ดเตร่อยู่แถวปากทางแยกถนนใหญ่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน

พลัน ! ที่สายตากราดมองไปทั่วๆ   ก็ไปเจอ ตาหอย สัปเหร่อประจำวัดในหมู่บ้าน กำลังเดินออกมาตามถนนคงมารอรถประจำทางจะเข้าอำเภอ  อ้ายหมึกแถเข้าไปหาทันที.

“ไปไหน ? ลุง”

“จะเข้าไปที่ตัวอำเภอซะหน่อย จะไปซื้อหวย เอ็งหายไปไหนมา รู้เรื่องนางแห้งหรือเปล่า ? พรุ่งนี้เผาแล้ว ”

“เอ่อๆๆๆอ้อๆๆๆ” อ้ายผู้ร้ายฆ่าคน พูดไม่ออก มันเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอหอย

ตาหอยหยิบถุงยาเส้น เอามาพันเป็นมวนคาบที่ปาก ไฟแชคราคาถูกจุดที่ตรงปลาย พูดทั้งๆที่ปากยังคาบมวนบุหรี่ 

“คนเราก็แปลกถึงคราวจะตาย ก็ไปซะดื้อๆ” ตาหอยพูดเหมือนการตายเป็นเรื่องธรรมดา

“ลุง พูดถึงใคร ?”

“จะใครซะอีก ก็นางแห้ง นะซิ !  นั่งคุยกันอยู่ที่วัด ดีๆ เกิดเป็นลมตายต่อหน้าต่อตาข้า   ตายคาวัดเลย รถจักรยานมันยังจอดอยู่ที่วัด ” ตาหอยพูดจบก็ดูดยาเส้นแล้วพ่นออกปากจนควันโขมง...

“ตายที่วัด เป็นลมตาย”  สองคำนี้ ทำเอาอ้ายหมึกขนลุกจนตัวพอง แล้วคนที่มันตีตายเป็นใคร ?  แต่มันตาไม่ฝาดแน่ เป็นนางแห้งแน่นอน ..หรือว่า..เป็นผีนางแห้ง  อ้ายหมึกเย็นสันหลังวาบๆๆ....หูแว่วเสียงหมาเห่าหอนกันโหยหวน..

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กาแฟ ร้อยตะวัน กลอน บทกลอน บทกวี ร้อยความฝัน พันจินตนาการ

Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2013, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
.::: Theme & Graphic designed by Thanarath Sawasdichai :: www.dreampoem.com supported by Roytawan Coffee :: © 2002-2010 DreamPOEM.COM All Reserved. :::.